ความแตกแยกและร้าวฉานกำลังเกิดขึ้นในสังคมครอบครัวไทยในปัจจุบัน

23

ขณะนี้มีเหตุการณ์ที่สร้างความแตกแยกและร้าวฉานเกิดขึ้นในสังคมครอบครัวไทย คือ เราจะไม่มองคนที่อยู่ใกล้ชิดว่ามีคุณค่า ทอดทิ้งเขา ขณะเดียวกันก็ไปให้คุณค่ากับคนไกล บางครอบครัวอยู่กันในบ้านไม่คุยกัน แต่ใช้เวลากับการทักทายเพื่อนใหม่ หรือหาเพื่อนทางโซเชียลเน็ตเวิร์กแทน ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์ นั่งโพสต์ข้อความตอบโต้กันได้หลายชั่วโมง ขณะที่คนในบ้านหรือคนที่อยู่ใกล้ชิดเราพูดจากันเพียงไม่กี่นาทีก็ทะเลาะกัน เถียงกัน ไม่เข้าใจกัน ทั้งผู้คนสมัยนี้เวลาน้อยใจ เสียใจก็ไม่ยอมพูดกันตรงๆ จะระบายอารมณ์โดยการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์ส่วนตัว เป็นการใช้ภาษาแบบลอยๆ ไม่ได้เอ่ยถึงใคร คนที่เข้ามาอ่านอาจจะเป็นคู่กรณีกัน อ่านแล้วก็คิดไปเอง ขณะที่คนเขียนก็เขียนในอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง การสื่อสารจึงเป็นแบบต่างคนต่างเขียนต่างคนต่างคิดกันไปเอง คิดเองตอบเอง ส่งผลให้ปัญหาต่างๆบานปลายได้

คู่สามีภรรยาบางคู่ไม่ไว้วางใจกันและกัน ต้องเข้ามาแอบอ่านข้อความในเฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์ของกันและกัน อ่านแล้วก็คิดมาก เพราะคู่ของตัวเองกำลังคบหาสมาคมกับเพื่อนใหม่ที่เป็นเพื่อนต่างเพศ หรืออาจจะเป็นเพื่อนเก่า แฟนเก่า อ่านข้อความในเฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์ก็ไม่ไว้วางใจ หลายคู่ทะเลาะกันจนถึงขั้นแยกกันอยู่หรือหย่าร้าง ไม่ว่าจะเป็นคู่สามีภรรยาหรือพ่อแม่ลูก ต้องสร้างความสัมพันธ์กันแบบสดๆ พูดคุยกันและอยู่กับปัจจุบัน สร้างอารมณ์ความรู้สึกที่เป็นจริงขึ้นมา สนใจบุคคลที่อยู่ใกล้ตัวเราให้มากกว่าบุคคลที่อยู่ไกลตัว

การใช้สื่อออนไลน์หรือโซเชียลมีเดียนอกจากเพื่อความสนุกสนานและความบันเทิงแล้วหลายคนยังใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้เพื่อเติมเต็มชีวิตส่วนที่ขาดหายไปอีกด้วย ซึ่งทางจิตวิทยาเชื่อว่า ความสุขหรือคุณภาพชีวิตไม่ได้เป็นผลมาจากความสำเร็จหรือความสุขจากการทำงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกิดจากการรักษาสัมพันธภาพที่ดีกับคนใกล้ตัว รวมถึงการดูแลตัวเองขั้นพื้นฐาน ผู้สูงวัยหลายท่านที่ไม่ได้ทำงานประจำอาจมองเห็นคุณค่าในตัวเองลดน้อยลง ยิ่งหากผู้สูงวัยท่านนั้นห่างเหินกับลูกหลานหรือคู่สมรส หรืออาจไม่ได้พบปะเพื่อนฝูง หรือมีขีดจำกัดด้านสุขภาพจนไม่สามารถใช้ชีวิตตามที่ต้องการได้ ทั้งหมดนี้อาจเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้สูงวัยหลายท่านเลือกใช้สื่อสังคมออนไลน์เข้ามาเติมเต็มความสุขทดแทนโดยไม่รู้ตัว จึงทำให้เสพติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ได้ง่าย

สังคมออนไลน์ในปัจจุบัน ทำครอบครัวสื่อสารกันน้อยลง

ทุกวันนี้ ไม่เพียงมีหน้าที่ในการให้ข้อมูล ข่าวสารเท่านั้น แต่เวบไซด์ต่างๆ ทางอินเตอร์เนตยังได้กลายเป็น “สังคมใหม่” อันเป็นแหล่งรวมเพื่อน พี่ น้อง คนรู้จัก และคนไม่รู้จักเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้เกิดเป็นเครือข่ายที่เรียกว่า เวบไซด์เครือข่ายสังคม (Social Network Website) ข้อดีของเครือยข่ายสังคมออนไลน์นี้ก็คือ ทำให้เราสามารถติดต่อสื่อสาร รับรู้ความเป็นไปของเพื่อนที่อยู่อีกซีกโลกได้ตลอดเวลาอย่างเรียลไทม์ ตราบเท่าที่เรามีเครื่องมือที่จะพาเราเข้าสู่โลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์พีซี โน๊ตบุ๊คส์ และเนตบุ๊คส์ ที่พกพาไปไหนต่อไหนได้สะดวก ไปจนถึงโทรศัพท์ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบสนองการใช้บริการเวบไซด์เครือข่ายสังคมออนไลน์โดยเฉพาะ และสามารถพูดคุยโต้ตอบกับเพื่อนที่ใช้โทรศัพท์รุ่นเดียวกันได้ จนกลายเป็นกระแสการติดต่อสื่อสารของคนยุคใหม่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่งในทุกวันนี้

ในอีกด้านหนึ่งวิดีโอเกมส์ ก็ได้รับการพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง มีเกมส์รูปแบบต่างๆ ออกใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบเกมส์กดที่สามารถพกพาไปเล่นได้ทุกที่ หรือในรูปแบบที่ต้องต่อเข้ากับเครื่องรับโทรทัศน์ ทำให้ภาพของครอบครัว โดยเฉพาะในสังคมเมืองทุกวันนี้ เปลี่ยนไปจากแต่ก่อนมาก การที่เด็กติดเกมส์เป็นสัญญาณที่สะท้อนว่าสายสัมพันธ์ในครอบครัวกำลังอ่อนแอ

ทุกวันนี้มีคุณพ่อคุณแม่จำนวนไม่น้อยที่มาปรึกษาถึงอาการติดเกมส์ของลูกจนไม่เป็นอันทำอะไร แต่เมื่อหมอถามว่า ขณะที่ลูกเล่นเกมส์นั้น คุณพ่อคุณแม่ทำอะไร ก็พบว่าคุณแม่บางคนก็แชททางโทรศัพท์กับเพื่อน ขณะที่คุณพ่อก็เข้าอินเตอร์เนตเชคข่าวสารออนไลน์ คำตอบนี้สะท้อนให้เห็นได้ว่า ครอบครัว โดยเฉพาะในสังคมเมืองทุกวันนี้ มีการสื่อสารกันน้อยลง เพราะเราหันไปใส่ใจกับเทคโนโลยีมากเสียจนหลงลืมสิ่งสำคัญที่อยู่ใกล้ตัว มีพ่อแม่บางราย ที่ยอมรับว่า วิดีโอเกมส์ ทำให้การเลี้ยงลูกเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น เพราะลูกจะสามารถอยู่หน้าจอได้นานหลายชั่วโมง ทำให้พ่อแม่มีเวลาจัดการธุระส่วนตัว ทำงานบ้าน พักผ่อน โดยไม่มีเด็กๆ มากวน และช่วงเวลานี้เองที่พ่อแม่ ก็ติดกับดักเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างไม่รู้ตัว มีพ่อแม่จำนวนมาก โดยเฉพาะคุณแม่ ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ เป็นสถานที่หลบหนี จากความเครียดในชีวิตประจำวัน

สำหรับครอบครัวที่มีปัญหาเทคโนโลยีเข้ามาแทรกแซงในความสัมพันธ์ คุณพ่อคุณแม่อาจต้องนั่งคุยกัน อธิบายปัญหาของคุณให้คู่ชีวิตทราบ เช่น รู้สึกเหนื่อยจากงานบ้าน หรืออยากให้ครอบครัวมีเวลาด้วยกันมากขึ้น รวมทั้งยอมรับว่าคุณกำลังพยายามที่จะใช้เวลากับสังคมออนไลน์ให้น้อยลง เพื่อให้คู่ชีวิตรับทราบและให้ความช่วยเหลือ ลองหาเวลา 3 ชั่วโมงต่อวัน ปิดเครื่องมือสื่อสาร และตัดขาดจากสังคมออนไลน์ แล้วใช้เวลากับครอบครัวให้มากขึ้น ชวนลูกไปเดินเล่น เล่านิทาน อ่านหนังสือ หรือดูภาพยนตร์ด้วยกัน และชวนเจ้าตัวน้อยมาเลือกวันพิเศษประจำสัปดาห์ที่เป็นวันของครอบครัว อาจเป็นวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ที่ทุกคนจะไม่เปิดสื่อออนไลน์ ไม่เล่นเกมส์ แรกๆ อาจจะเป็นเรื่องยาก แต่หากค่อยๆ พยายามและร่วมมือกัน ความสัมพันธ์ในครอบครัว ก็จะกลับมาดีได้ดังเดิม เพราะท้ายที่สุดแล้วภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดหาไม่ได้จากโลกออนไลน์ แต่พบได้ใกล้ๆ ในครอบครัวของคุณเอง

วิธียอดฮิตที่คู่สมรสอาจทำลายชีวิตแต่งงานได้ด้วยเฟสบุ๊ค

เฟสบุ๊คเป็นสุดยอดช่องทางติดต่อกับเพื่อนฝูงทั้งเก่าและใหม่ แต่เครือข่ายสังคมออนไลน์นี้กำลังบ่อนทำลายชีวิตแต่งงานของคุณอยู่หรือเปล่า

อย่างไรก็ตาม จะโทษว่าเป็นความผิดของเฟสบุ๊คก็ไม่ได้นะคะ สิ่งที่นำความหายนะมาสู่ความสัมพันธ์คือการที่คู่แต่งงานใช้เครือข่ายสังคมแห่งนี้อย่างผิดๆ สถิติการหย่าร้างออนไลน์ฉบับนี้ พบว่า 1ใน 5 ของการหย่าร้างในสหรัฐฯ ระบุว่ามีเฟสบุ๊คเป็นสาเหตุ เฟสบุ๊คมีผู้ใช้มากกว่า 900 ล้านคนทั่วโลก จึงไม่น่าแปลกใจว่ามีผู้คนมากมายรู้จักกันผ่านเฟสบุ๊คและในจำนวนนี้ก็คงมีหลายคนที่มาในรูปของการนอกใจคู่ของตน

ถ่านไฟเก่า การหาแฟนเก่าเจอทางเฟสบุ๊คเป็นเรื่องง่ายมาก นี่อาจไปจุดถ่านไฟเก่าเข้าและนำไปสู่ความสัมพันธ์แบบชู้สาวได้

ปล่อยให้เฟสบุ๊คครอบครองทุกวินาทีของวัน เฟสบุ๊คอยู่ห่างเราไปแค่เพียงไม่กี่คลิ๊ก อาการติดเฟสบุ๊คอาจเกิดขึ้นได้ด้วยเหตุนี้และจะนำไปสู่ความขุ่นเคืองเมื่อผู้ใช้เริ่มเปรียบเทียบข้อมูลใหม่ๆ น่าตื่นเต้นของคนอื่นกับชีวิตจำเจซ้ำเดิมของตนเอง

บ่นเรื่องส่วนตัวออกสื่อผ่านการอัพเดตสถานะ การใช้เฟสบุ๊คป่าวประกาศปัญหาชีวิตแต่งงาน ข้อมูลส่วนตัวหรือบ่นเรื่องคู่สมรสของตนออกสื่อนั้นสร้างความร้าวฉานและรังแต่จะทำให้ความสัมพันธ์ของคุณ “ซับซ้อน” ยิ่งกว่าเก่า

ได้แบ่งปันข้อมูลเรื่องปัญหาความสัมพันธ์กับผู้อื่นผ่านทางแชทมากเกินไป การระบายปัญหาชีวิตแต่งงานผ่านแชทส่วนตัวกับใครอีกคนที่นอกเหนือจากคู่สมรสของคุณจะทำให้เกิดความสนิทสนมกับบุคคลนั้น ๆ และความสัมพันธ์อาจพัฒนาเกินเลยได้อย่างรวดเร็ว ขึ้นอยู่กับแรงจูงใจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายที่แชท

ใส่ใจสัตว์สมมุติในฟาร์มวิลล์มากกว่าครอบครัวหรือคู่สมรส การเล่นเกมทางเฟสบุ๊คเป็นที่นิยมอย่างล้นหลาม ความเร้าใจจากเกมออนไลน์อาจทำให้ละเลยครอบครัวและคู่สมรสในชีวิตจริงได้

จีบเล่นทางโพสต์สาธารณะ รูปถ่ายและประวัติ การแสดงความคิดเห็นเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมเฟสบุ๊ค แต่ขอให้ระวังสิ่งที่คุณจะโพสต์ด้วย การไม่โพสต์ข้อความที่ไม่เหมาะสมเป็นมารยาทอย่างหนึ่งและการไม่เกี้ยวพาราสีใครอื่นนอกจากคู่ของตนยังเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาคำมั่นในชีวิตสมรสอีกด้วย

เป็นเพื่อนกับคนที่อาจทำลายชีวิตแต่งงานของคุณได้โดยตรงหรือโดยอ้อม บนหน้าเข้าสู่ระบบการใช้งานของเฟสบุ๊คเขียนไว้ว่า “เชื่อมต่อได้ทุกที่ ทุกเวลา” ทว่าหากคนที่คุณเชื่อมต่อด้วยจะส่งผลด้านลบต่อชีวิตแต่งงานของคุณแล้วละก็ สถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายลง นี่รวมถึงเพื่อนที่ชอบจีบเล่น ครอบครัวของคู่สมรสและเพื่อนที่ชอบยุ่มย่ามเรื่องของคนอื่น

ไม่ยอมเล่าให้คู่สมรสฟังว่าทำอะไรบนเฟสบุ๊คบ้าง การไม่ยอมเอ่ยถึงเฟสบุ๊คเป็นตัวบ่งชี้ว่าคู่ของคุณอาจพยายามปิดบังอะไรบางอย่าง นี่อาจก่อให้เกิดความไม่เชื่อใจกันซึ่งนับเป็นเรื่องคอขาดบาดตายต่อชีวิตแต่งงานทีเดียว

เฟสบุ๊คเป็นช่องทางการติดต่อสื่อสารออนไลน์หลักๆ และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนส่วนมาก ดังนั้นเฟสบุ๊คจึงควรจะเป็นหัวข้อสนทนาปกติระหว่างคู่สมรส หัวข้อสนทนาที่ว่านี้ควรรวมถึงการบอกให้คู่สมรสทราบว่าคุณเป็นเพื่อนทางเฟสบุ๊คกับแฟนเก่า บอกพาสเวิร์ดของคุณแก่คู่สมรส คุยกันถึงเรื่องขอบเขตของโลกออนไลน์ในความสัมพันธ์ของคุณทั้งสองและความไว้เนื้อเชื่อใจกันค่ะ